62 / 100

ข้าวกล้องหอมมะลิแดง(Brown Jasmine  Rice Red) ที่ทำจากนาข้าวแบบเกษตรอินทรีย์นั้น จะมีขั้นตอนการผลิตโดยใช้ปุยหมักจากธรรมชาติ น้ำหมักชีวภาพ  ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี และยาปราบศัตรูพืชใดๆ ทั้งสิ้น ต้นข้าวมีความต้านทานต่อเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ในสภาพธรรมชาติอยู่แล้ว และค่อนข้างต้านทานต่อโรคไหม้ และแมลง ที่ต้องควรระวัง จะอ่อนแอต่อโรคใบสีส้ม โรคขอบใบแห้ง และโรคใบขีดโปร่งแสง ที่สำคัญเป็นข้าวเหมาะสำหรับการปลูกแบบอินทรีย์ ก็จะได้ข้าวที่มีเมล็ดสวยงาม เมื่อไม่ขัดสีจะได้เมล็ดข้าวสีแดงโดดเด่นกว่าข้าวกล้องทั่วไป ข้าวกล้องหอมมะลิแดง เมล็ดข้าวจะมีรูปร่างเรียวยาวเยื่อหุ้มเมล็ดสีน้ำตาลแดงเข้ม เมื่อหุงแล้วได้เนื้อข้าวร่วน นุ่ม เหนียว และ ให้รสสัมผัสคล้ายมีกลิ่นหอมเหมือนข้าวขาวหอมดอกมะลิ 105  ซึ่งการบริโภคข้าวกล้องหอมมะลิแดงที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ จะช่วยลดอัตราการเกิดโรคมะเร็ง ลดอัตราเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือด และโรคหัวใจ  โรคความจำเสื่อม  โรคไขข้ออักเสบ ช่วยชะลอวัย ชะลอการเสื่อมของเซลล์ ได้ทั้ง ธาตุทองแดง ธาตุเหล็ก เบต้าแคโรทีน วิตามินอี ลูทีน และอื่นๆ เป็นต้น

ข้อมูลโภชนาการข้าวกล้องหอมมะลิแดง

ธาตุเหล็ก               12           ม.ล./ก.ก.

สังกะสี    3.8          ม.ล./ก.ก.

ทองแดง  4.3          ม.ล./ก.ก.

วิตามินอี 336.62   ไมโครกรัม/กรัม

เบต้าแคโรทีน         3.26        ไมโครกรัม/กรัม

ลูทีน        9.12        ไมโครกรัม/กรัม

โพลีฟีนอล              329.30   ม.ล./ 100 ก.

ที่มา : สำนักวิจัยและพัฒนาข้าว กรมการข้าว

ประโยชน์ของข้าวกล้องหอมมะลิแดง

*เนื้อเกรนของข้าวแท้ๆช่วยให้อิ่มเร็ว และอิ่มท้องนาน

* มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวาน

* วิตามิน B ช่วยรักษาภูมิแพ้ และไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้

* ไฟเบอร์ช่วยการขับถ่ายและดูดซับไขมัน

* ธาตุเหล็กและทองแดงช่วยบำรุงเลือด เหมาะกับผู้ป่วยโรคโลหิตจางและผู้หญิงมีประจำเดือน

* คุณค่าของวิตามินบี 1 วิตามินบี 2 ช่วยบำรุงสมองแและบรรเทาอาการอ่อนเพลีย

* ไนอะซิน ทำให้ผิวหนังแข็งแรง และมีประสาทที่ฉับไว

* แคโรทินในข้าวจะแปลงสภาพเป็นวิตามินเอในร่างกาย ช่วยบำรุงสายตา

ข้าวกล้องหอมมะลิแดง มีคุณสมบัติเด่นทางด้านโภชนาการ โดยจะมีดัชนีน้ำตาลต่ำ ช่วยในการป้องกันและบรรเทาโรคเบาหวานได้ดี จากการทดสอบพบว่า ข้าวกล้องหอมมะลิแดงที่หุงสุกแล้ว  ในช่วงเวลา 20 นาทีแรก จะช้าต่อการเพิ่มของระดับน้ำตาลกลูโคส คือ 10.60 กรัมต่อ 100 กรัม และปริมาณน้ำตาลกลูโคสหลังจากย่อยผ่านไป 120 นาที มีค่าเพียง 8.59 กรัมต่อ 100 กรัม แสดงให้เห็นว่า ข้าวหอมมะลิแดงน่าจะเป็นข้าวพื้นเมืองที่มีดัชนีน้ำตาลที่เหมาะกับการส่งเสริมให้ผู้บริโภคที่อยู่ในภาวะปกติ หรือผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 รับประทาน เพราะเมื่อรับประทานข้าวชนิดนี้เข้าไปแล้ว ร่างกายจะมีปริมาณน้ำตาลกลูโคสเพิ่มสูงขึ้นช้ากว่าข้าวเจ้าทั่วไป ช่วยในการบำรุงเลือด มีกากใยช่วยการขับถ่าย และดูดซับไขมัน มีลูทีนในการกรองแสง UV ไม่ให้ทำอันตรายต่อเซลล์กระจกตาด้วย ที่สำคัญในข้าวกล้องทุกชนิดจะมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ได้แก่ ธาตุทองแดง ธาตุเหล็ก เบต้าแคโรทีน วิตามินอี ลูทีนสูง ซึ่งสารต้านอนุมูลอิสระ หรือ แอนติออกซิแดนท์ (antioxidant) เป็นสารที่สามารถขจัดอนุมูลอิสระออกจากร่างกาย มีสารอาหารจำพวกแป้ง ไขมันไม่อิ่มตัว ไม่มีคลอเรสเตอรอล โปรตีน ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย ฟอสฟอรัส ช่วยในการเจริญเติบโตของกระดูกและฟัน แคลเซียมช่วยลดอาการเป็นตะคริว วิตามินบี1 ช่วยป้องกันโรคเหน็บชา วิตามินบี2 ช่วยป้องกันโรคปากนกกระจอก ทองแดงช่วยในการสร้างเม็ดเลือด ใยอาหารป้องกันอาการท้องผูก

ประวัติความเป็นมาของข้าวหอมมะลิแดง

 

เรื่องราวของข้าวหอมมะลิแดงเริ่มต้นเมื่อ พ.ศ. 2525-2527 จากการตรวจสอบความบริสุทธิ์ของข้าวขาวดอกมะลิ 105 ที่สถานีทดลองข้าวสุรินทร์ โดยนายบุญโฮม ชำนาญกุล เป็นผู้อำนวยการสถานีพบว่าในรวงข้าวจำนวนหนึ่งมีเมล็ดที่เป็นข้าวเหนียวปนอยู่ด้วย เข้าใจว่าเกิดจากการกลายพันธุ์ตามธรรมชาติ ซึ่งพบอยู่เสมอ นอกจากนี้เมื่อนำเมล็ดข้าวปนไปปลูก พบว่า ในกอหนึ่งให้เมล็ดที่มีเยื่อหุ้มเป็นสีแดงเรื่อ ๆ มีแป้งทั้งชนิดที่เป็นข้าวเหนียวและข้าวเจ้า

 

พ.ศ. 2529-2533 ได้นำเฉพาะเมล็ดข้าวเจ้าที่มีเยื่อหุ้มเป็นสีแดงมาปลูกที่ศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลกเพื่อการคัดเลือก จนในปี พ.ศ. 2533 มีเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลระบาดรุนแรง พบว่ามีสายพันธุ์ที่ไม่ถูกทำลาย และคัดได้สายพันธุ์ข้าวเบาและข้าวหนักดีเด่นที่ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลไว้

 

พ.ศ. 2535 เกษตรกรที่อยู่ใกล้ศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก ได้นำเมล็ดพันธุ์ข้าวสายพันธุ์ดีเด่นไปปลูกและแปรรูปผลผลิตเป็นข้าวกล้องแดงจำหน่าย พ.ศ. 2536 พบว่า อายุสุกเก็บเกี่ยวของข้าวแดงหอมในแปลงเกษตรกรยังมีการกระจายตัว ศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลกจึงนำสายพันธุ์ข้าวเบาและข้าวหนักมาคัดเลือกใหม่

 

ในปี พ.ศ. 2538 ได้สายพันธุ์ KDML105R-PSL-E-14 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ข้าวเบาที่ปลูกกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน และกรมการข้าวได้เสนอขอขึ้นทะเบียนกับกรมวิชาการเกษตรเป็นพันธุ์ข้าวทั่วไปโดยใช้ชื่อว่า “ข้าวหอมแดง (Red Hawm Rice)” และด้วยมีที่มาจากข้าวหอมมะลิ 105 บ้างจึงเรียกข้าวชนิดนี้ว่า “ข้าวหอมมะลิแดง”

ลักษณะทั่วไป

เป็นข้าวเจ้า นาปี ที่สามารถนำมาทำนาปรังได้ ความสูงของต้นประมาณ 120 – 130 เซนติเมตร เป็นข้าวไวต่อช่วงแสง สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี ลำต้นแข็ง กอตั้ง การแตกกอดี ใบสีเขียวอ่อน ใบโน้ม ใบธงตก คอรวงยาว รวงยาว เมล็ดข้าวเปลือกสีฟาง ระยะพักตัวของเมล็ดประมาณ 8 สัปดาห์ ท้องไข่น้อย เมล็ดข้าวกล้อง กว้าง x ยาว x หนา = 2.1 x 7.5 x 1.7 มิลลิเมตร มีปริมาณอมิโลส 16.9 % สีของใบและลำต้น เขียวเข้มอมม่วง เก็บเกี่ยวปลายเดือนพฤศจิกายน ให้ผลผลิตประมาณ 643 กิโลกรัมต่อไร่

วิธีหุงข้าวกล้องหอมมะลิแดง อย่างไร ให้หอม อร่อย

ตวงข้าว 1 ส่วนต่อน้ำ 2 ส่วน

หุงด้วยหม้อข้าวไฟฟ้า เมื่อหม้อข้าวดีด อุ่นทิ้งไว้อีก 10 นาที จะทำให้ข้าวหอม นุ่ม น่ารับประทาน

สรรพคุณของข้าวกล้องหอมมะลิแดง

-สารแกมมา ออริซานอล(gamma-oryzanol) สารต้านอนุมูลอิสระ กระตุ้นต่อมไร้ท่อให้ขับฮอร์โมน

เทสโทสเตอโรนในเพศชายอย่างสม่ำเสมอ ลดอาการผิดปกติในวัยใกล้หมดประจำเดือน

ชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ กระตุ้นให้ตับสร้างสารอินซุลิน ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล บำรุงผิวพรรณ รักษาสมดุลของระบบประสาทและบำรุงสมอง

-สารต้านอนุมูลอิสระ (ANTI-OXIDANT) ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ลดความเสี่ยงของโรคมะเร็ง และช่วยป้องกันความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด  โรคไต โรคข้อ ช่วยชะลอความแก่ชรา ลดปัญหาโรคอ้วน เลือดข้น เลือดเป็นพิษ

– วิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา เสริมสร้างภูมิต้านทานโรค ลดการอักเสบของสิว ทั้งยังช่วยบรรเทาโรคเกี่ยวกับไทรอยด์

-วิตามินบีรวม ช่วยป้องกันอาการแขนขาไม่มีแรง ช่วยบำรุงสมอง บรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ

-วิตามินบี 1 ช่วยป้องกันโรคเหน็บชา ช่วยในเรื่องการทำงานของระบบประสาท ช่วยย่อยอาหารจำพวกแป้งได้ดี มีคุณสมบัติในการขับปัสสาวะอย่างอ่อนๆ

-วิตามินบี 2 ช่วยในกระบวนการสร้างการเจริญเติบโต บำรุงผิวพรรณ เล็บ และเส้นผม ช่วยลดการเจ็บปวดของไมเกรน ป้องกันโรคปากนกกระจอก (แผลที่มุมปาก) และริมฝีปากบวม ช่วยบำรุงร่างกาย เพิ่มพลังงานให้กับร่างกาย ฟื้นฟูกำลัง ป้องกันอาการอ่อนเพลีย ช่วยแก้อาการเบื่ออาหารได้

-ฟอสฟอรัส ช่วยสร้างเสริมสุขภาพเหงือกและฟัน ช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ บรรเทาอาการปวดจากข้ออักเสบได้

-แคลเซียม ช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง ช่วยป้องกันตะคริว ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน

-ทองแดง สร้างเม็ดเลือด และฮีโมโกลบิน ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง

-ธาตุเหล็ก ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโต ป้องกันภาวะโลหิตจาง ช่วยให้ผิวพรรณสดใส ช่วยเสริมสร้างเม็ดเลือดแดง ส่งออกซิเจนในเลือดไปสู่อวัยวะต่างๆของร่างกาย

-ไนอะซิน ช่วยบรรเทาอาการท้องเสีย ท้องร่วง ลดอาการวิงเวียนศีรษะจากภาวะน้ำในหูไม่เท่ากัน นอกจากนี้ยังช่วยรักษากลิ่นปาก ร้อนใน และบำรุงผิว

-คาร์โบไฮเดรต ให้พลังงานกับร่างกาย

-โปรตีน ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของร่างกาย ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย ช่วยสร้างน้ำย่อย ฮอร์โมน และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง ช่วยลดความอ้วนเพราะย่อยสลายได้ช้า

-ไขมันชนิดดี ช่วยในการดูดซึมวิตามิน A,D,E,K ต่างๆ ช่วยให้ร่างกายอบอุ่น

-เส้นใยไฟเบอร์ ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานอย่างเป็นปกติ ช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ได้ ช่วยดูดซับของเสียและสารพิษต่าง ๆ ออกจากร่างกายได้ ช่วยเสริมการทำงานของกระเพาะอาหารและลำไส้

-วิตามินอี ช่วยลดการจับตัวของลิ่มเลือด ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและโรคหลอดเลือด ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส ช่วยป้องกันและลดโอกาสการเกิดโรคความจำเสื่อม หรือโรคอัลไซเมอร์

-ลูทีนและเบต้าแคโรทีน ช่วยบำรุงและรักษาสายตา ป้องกันโรคต้อกระจก จึงเหมาะอย่างมากสำหรับผู้ที่ทำงานในออฟฟิศหรือต้องใช้สายตาอย่างหนักนั่งหน้าคอมพิวเตอร์นานๆ

-วิตามินบี 3 ช่วยบำรุงสุขภาพผิวหนัง และสามารถลดระดับโคเลสเตอรอลในเลือดได้