62 / 100

ข้าวกล้องหอมมะลิ(Brown Jasmine Rice)คือข้าวพันธุ์หอมมะลิแท้ ที่สีเอาแต่เปลือกอย่างเดียวยังคงมีจมูกข้าวและเยื่อหุ้มเมล็ด ข้าวกล้องหอมมะลิ เป็นข้าวกล้องชนิดหนึ่ง เป็นพืชตระกูลหญ้า มีอายุสั้นเพียงฤดูเดียว เจริญเติบโตได้ง่ายๆ เป็นพืชล้มลุกขนาดเล็ก ลำต้นตั้งตรง ลำต้นมีลักษณะกลมเล็กๆ มีข้อและปล้องกลวง ช่วงโคนต้นมีข้อและปล้องสั้นกว่า และยาวขึ้นเรื่อยๆ มีเปลือกหนา มีขนหยาบๆปกคลุม ต้นมีสีเหลืองนวล ผลเป็นเมล็ด อยู่เป็นช่อ มีลักษณะทรงรีเล็กๆ มีเปลือกแข็งแห้งหุ้มเมล็ด เปลือกเมล็ดอ่อนมีสีเขียว เปลือกเมล็ดมีสีเหลืองทอง ข้างในมีเมล็ดแข็งมาก มีเยื่อหุ้มเมล็ดมีสีน้ำตาล เมื่อหุงสุกแล้ว เมล็ดจะร่วนและสวย มีกลิ่นหอมน่าทานพร้อมทั้งมีประโยช์มากมาย มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศไทย มีปลูกกันในเขตร้อนหลายประเทศทั่วโลก ปลูกในประเทศไทยจะมีคุณภาพดีที่สุด มีปลูกหลายสายพันธุ์

คุณค่าทางอาหารสูงกว่าข้าวกล้องทั่วไป 5 เท่า

ข้าวกล้อง หอมมะลิมีสารอาหารหลักอย่างหนี่งที่สำคัญคือ กาบา (GABA) ย่อมาจากคำว่า “Gamma – Amino Butyric Acid” (แกมมา-อะมิโนบิวไทริกแอซิด) สารตัวนี้ทำหน้าที่เป็นสารสื่อประสาทในสมองประเภทสารยับยั้ง (Inhibitor) ทำหน้าที่รักษาสมดุลในสมองที่ได้รับการกระตุ้นจากสิ่งเร้าต่างๆ ช่วยทำให้สมองเกิดการผ่อนคลาย เป็นตัวการสำคัญในการควบคุมการทำงานของสมอง โดยสารนี้จะมีอยู่ในข้าวกล้องหอมมะลิมากกว่าข้าวกล้องทั่วไป 5 เท่า ซึ่งกาบาเป็นสารที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์เป็นอย่างมาก  นอกจากนี้สารกาบายังทำหน้าที่ช่วยกระตุ้นต่อมไร้ท่อ (Anterior pituitary) ซึ่งทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนที่ช่วยในการเจริญเติบโต ทำให้เกิดการสร้างเนื้อเยื่อ และทำให้กล้ามเนื้อเกิดความกระชับ อีกทั้งยังเกิดสารไลโปโทรปิค (Lipotropic) ซึ่งเป็นสารป้องกันการสะสมไขมันได้ด้วย ทั้งนี้กาบาที่เพียงพอต่อร่างกายจะมีปริมาณประมาณ 20-30 มิลลิกรัมต่อวัน ก็เพียงพอต่อการผ่อนคลายความเครียดแล้ว สำหรับในข้าวกล้องมีปริมาณกาบา 10 มิลลิกรัมต่อข้าว 100 กรัม เมื่อรับประทานเป็นประจำ สามารถช่วยป้องกันโรคต่างๆได้ เช่น โรคเหน็บชาปากนกกระจอก  ปวดตามข้อ อ่อนเพลียไม่มีแรง โรคผิวหนังบางชนิด ตะคริว นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ โลหิตจาง ขาดโปรตีน โรคมะเร็ง นอนไม่หลับ อัลไซเมอร์ และช่วยควบคุมน้ำหนักได้

ข้าวเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวจำพวกธัญพืชที่สามารถกินเมล็ดได้ โดยจะแบ่งออกเป็น 2 สปีชีส์ใหญ่ ๆ คือ Oryza glaberrima (ปลูกเฉพาะในเขตร้อนของแอฟริกา) และ Oryza sativa (ปลูกกันทั่วโลก) สำหรับชนิด Oryza sativa ยังแบ่งแยกย่อยออกไปได้อีกคือ Javanica, Japonica (ปลูกมากในเขตอบอุ่น) และ indica (ปลูกมากในเขตร้อน)

สำหรับประเทศไทยข้าวที่ปลูกจะเป็นชนิด indica โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ข้าวเจ้าและข้าวเหนียว นอกจากนี้พันธุ์ข้าวยังได้ถูกปรับปรุงและคัดสรรสายพันธุ์มาโดยตลอด จึงทำให้มีหลากหลายสายพันธุ์ทั่วโลกที่มีรสชาติและคุณประโยชน์ของข้าวที่แตกต่างกันออกไป โดยพันธุ์ข้าวไทยที่มีชื่อเสียงระดับโลกก็คือ ข้าวหอมมะลิ โดยข้าวที่มีคุณค่าทางอาหารสูงก็คือ ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ

ข้าวที่แนะนำให้รับประทาน คือ ข้าวกล้องที่ยังมีจมูกข้าวและรำข้าวติดอยู่ เพราะจะทำให้ร่างกายของเราได้รับสารอาหารที่มีคุณค่า ส่วนข้าวขัดขาวที่ขายกันอยู่ทั่วไปนั้นไม่แนะนำให้รับประทานเท่าไหร่ เพราะจะให้แค่พลังงานเท่านั้นและยังได้น้ำตาลเป็นของแถมอีกด้วย หากรับประทานต่อเนื่องไปนาน ๆ ก็อาจจะทำให้เกิดโรคเบาหวาน โรคความดัน โรคหัวใจ โรคเส้นเลือดตีบตัน โรคสมองเสื่อม รวมไปถึงโรคอัมพฤกษ์ได้

ข้าว จัดว่ามีประโยชน์และมีคุณค่าต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์อย่างมากตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบ้านเราไม่ว่าใคร ๆ ก็จะรับประทานข้าวเป็นอาหารหลัก เพราะเป็นแหล่งของคาร์โบไฮเดรตที่ให้พลังงานและความอบอุ่น

สรรพคุณของข้าวกล้องหอมมะลิ

  • ข้าวกล้องหอมมะลิ มีวิตามินบี 2 ช่วยบำรุงร่างกาย เพิ่มพลังงานให้กับร่างกาย ฟื้นฟูกำลัง ป้องกันอาการอ่อนเพลีย ช่วยป้องกันโรคปากนกกระจอก (แผลที่มุมปาก) และริมฝีปากบวม แก้อาการเบื่ออาหารได้
  • ข้าวกล้องหอมมะลิ ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของร่างกาย
  • ข้าวกล้องหอมมะลิ มีวิตามินอี ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส
  • ข้าวกล้องหอมมะลิ มีวิตามินบี 3 ช่วยบำรุงสุขภาพผิวหนังและลิ้นได้
  • ข้าวกล้องหอมมะลิ ช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบประสาท
  • ข้าวกล้องหอมมะลิงอก มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความแก่ชรา ช่วยป้องกันและลดโอกาสการเกิดโรคความจำเสื่อมหรือโรคอัลไซเมอร์ ช่วยให้ผ่อนคลายและหลับสบายมากยิ่งขึ้น
  • ข้าวกล้องหอมมะลิ มีฟอสฟอรัส ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง
  • ข้าวกล้องหอมมะลิ มีโปรตีน ช่วยป้องกันและเสริมสร้างการสึกหรอของร่างกาย
  • ข้าวกล้องหอมมะลิ มีลูทีนและ เบตาแคโรทีนในข้าว ช่วยบำรุงและรักษาสายตา ป้องกันโรคต้อกระจก จึงเหมาะอย่างมากสำหรับผู้ที่ทำงานในออฟฟิศหรือต้องใช้สายตาอย่างหนัก ในการนั่งหน้าคอมพ์นาน ๆ
  • ข้าวกล้องหอมมะลิ มีธาตุทองแดง ช่วยสร้างเมล็ดโลหิต และเฮโมโกลบิน
  • ข้าวกล้องหอมมะลิ มีวิตามินอีและเบต้าแคโรทีน ช่วยลดการจับตัวของลิ่มเลือด ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและโรคหลอดเลือด
  • ข้าวกล้องหอมมะลิ มีธาตุเหล็ก ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง ช่วยเสริมสร้างเม็ดเลือดแดง ส่งออกซิเจนในเลือดไปสู่อวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย
  • ข้าวกล้องหอมมะลิ มีใยอาหาร ช่วยดูดซับของเสียและสารพิษต่าง ๆ ออกจากร่างกายได้
  • ข้าวกล้องหอมมะลิ ช่วยแก้ร้อนใน กระหายน้ำ (น้ำข้าว)
  • ข้าวกล้องหอมมะลิ ช่วยรักษาอหิวาตกโรค (น้ำข้าว)
  • ข้าวกล้องหอมมะลิ ช่วยแก้อาเจียนเป็นเลือด (น้ำข้าว)
  • ข้าวกล้องหอมมะลิ ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน
  • ข้าวกล้องหอมมะลิ มีไอโอดีน ช่วยป้องกันโรคคอหอยพอก
  • ข้าวกล้องหอมมะลิ ช่วยแก้ตาแดง (น้ำข้าว)
  • ข้าวกล้องหอมมะลิ ช่วยแก้เลือดกำเดา (น้ำข้าว)
  • ข้าวกล้องหอมมะลิ ช่วยเสริมการทำงานของกระเพาะอาหารและลำไส้
  • ข้าวกล้องหอมมะลิ ช่วยแก้อาการอาหารไม่ย่อย (น้ำข้าว)
  • ข้าวกล้องหอมมะลิ มีกากอาหารมากเป็นพิเศษ ซึ่งจะช่วยในการขับถ่าย ป้องกันโรคท้องผูกและมะเร็งลำไส้ได้เป็นอย่างดี
  • ข้าวกล้องหอมมะลิ ช่วยรักษาโรคท้องร่วง ช่วยรักษาอาการตกเลือดหลังคลอดได้ (ข้าวผัวไม่ลืม)
  • ข้าวกล้อง หอมมะลิ มีประโยชน์ช่วยแก้พิษต่าง ๆ (น้ำข้าว)
  • ข้าวกล้องหอมมะลิ มีแคลเซียม ทำให้กระดูกแข็งแรง ช่วยลดการเป็นตะคริวได้
  • ข้าวกล้อง หอมมะลิ มีวิตามินบี 1 สูง ช่วยป้องกันโรคเหน็บชาได้
  • ข้าวกล้องหอมมะลิ ช่วยลดอาการผิดปกติต่าง ๆ ของหญิงวัยทอง
  • ข้าวกล้องหอมมะลิ มีวิตามินบีรวม ช่วยป้องกันและบรรเทาอาหารอ่อนเพลีย แขน ขาไม่มีแรง ปวดกล้ามเนื้อ ช่วยรักษาโรคผิวหนังบางชนิด บำรุงสมอง ทำให้เจริญอาหาร
  • ข้าวกล้องหอมมะลิ มีไขมัน ให้พลังงานแก่ร่างกาย ไขมันในข้าวกล้องเป็นไขมันที่ดี ไม่มีโคเรสเตอรอล
  • ข้าวกล้องหอมมะลิ มีไนอะซิน ช่วยระบบผิวหนังและเส้นประสาท และป้องกันโรคเพลลากรา
  • ข้าวกล้องหอมมะลิ มีคาร์โบไฮเดรต ให้พลังงานแก่ร่างกาย
  • ข้าวกล้องหอมมะลิ มีวิตามินและเกลือแร่ต่างๆ ในข้าวกล้องจะช่วยให้ส่วนต่างๆ ของร่างกายทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

วิธีเลือกซื้อข้าวกล้องหอมมะลิ

ข้าวกล้อง คือ ข้าวที่สีเพียงครั้งเดียว โดนกะเทาะเอาเปลือกนอกออกเท่านั้น จะไม่มีการขัดสีเอาเส้นใยที่อยู่รอบ ๆ เมล็ดออก โดยหลักการเลือกซื้อข้าวกล้องให้ได้ประโยชน์สูงสุด เมล็ดข้าวจะต้องสมบูรณ์ ไม่แตกหักหรือแหว่งตรงปลายเมล็ด เพราะถ้าเมล็ดข้าวแหว่งหรือแตกหักก็แสดงว่าจมูกข้าวหายไปแล้ว ซึ่งตรงนี้แหละสำคัญมาก ๆ เพราะจมูกข้าวเป็นแหล่งรวมสารอาหารที่มากที่สุดในเมล็ดข้าว เมล็ดข้าวต้องแห้งสนิท ไม่มีความชื้น ไม่มีราขึ้น บรรจุอยู่ในถุงที่ปิดสนิท และมีแหล่งที่ผลิตชัดเจน

การหุงข้าวกล้องหอมมะลิให้ได้คุณค่ามากที่สุด

เมื่อเปิดถุงใช้ ควรปิดให้สนิทเพื่อป้องกันหนูและแมลงสาบมาแพร่เชื้อ

การหุงแต่ละครั้งควรหุงให้พอดีสำหรับการรับประทานในแต่ละมื้อ เพื่อป้องกันการสูญเสียวิตามิน

ก่อนหุง ควรซาวไม่เกิน 1-2 ครั้ง เพราะการซาวน้ำหลายรอบจะทำให้สูญเสียวิตามินบางชนิดที่ละลายน้ำไปได้

อัตราส่วน ให้ใช้หุงข้าวกล้องหอมมะลิ 1 ส่วน ต่อน้ำ 1.5 ส่วน

เมื่อหุงสุกแล้วให้ถอดปลั๊กทันทีและรับประทานทันทีได้ก็จะดีมาก เพราะวิตามินบางชนิดเมื่อถูกความร้อนนาน ๆ จะทำให้เสื่อมสลายไปได้โดยง่าย ยิ่งถ้าเสียบทิ้งไว้ทั้งวัน วิตามินหรือแร่ธาตุที่สำคัญก็จะไม่เหลืออยู่เลย

ก่อนการหุงข้าวกล้องทุกครั้ง ควรดูให้ดีเสียก่อนว่ามีเมล็ดข้าวสีแปลกๆ อยู่บ้างหรือไม่ ถ้ามีควรเก็บเมล็ดข้าวนั้นๆ ซึ่งเสียหรือมีเชื้อรา (เรียกว่า แอสเปอร์จิรัส เป็นเชื้อราที่ผลิตอะฟลาทอกซินชนิดเดียวกับที่พบในถั่วลิสงและเป็นสารก่อมะเร็งในตับ) ทิ้งไป สังเกตจากเมล็ดข้าวมีสีคล้ำๆ เขียวๆ เป็นจุดดำตรงเมล็ดข้าว เชื้อรานี้เกิดจากการเก็บข้าวกล้องไว้นานเกินไป จึงควรหาซื้อข้าวกล้องที่สีใหม่ๆ จะทำให้คุณมั่นใจในสะอาดปลอดภัย

ประโยชน์ของข้าวกล้องหอมมะลิ

1.ลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด : ข้าวกล้องหอมมะลิมีสาร Gamma –Orzanol ที่มีคุณสมบัติช่วยลดการสะสมของคอเลสเตอรอลในเลือด ทำให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

2.ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเรื้อรัง : จากการวิจัยที่ผ่านมายืนยันแล้วว่า การรับประทานข้าวกล้องหอมมะลิ เป็นประจำในปริมาณที่เหมาะสม จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ โรคตับ โรคเบาหวานและโรคความจำเสื่อมได้

3.ลดระดับ LDL ในร่างกาย : หากรับประทานข้าวกล้องหอมมะลิ เป็นประจำ จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือดและโรคความดันโลหิตสูงในอนาคตได้

4.เพิ่มระดับ HDL ในร่างกาย : HDL ถือเป็นไขมันตัวดีที่จะช่วยทำให้ระบบต่างๆ ในร่างกายสามารถทำงานประสานสัมพันธ์กันได้อย่างดี ซึ่งการทานข้าวกล้องหอมมะลิเข้าไป จะช่วยเพิ่มระดับไขมัน HDL ให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

5.ระบบเผาผลาญทำงานดีขึ้น : ส่วนประกอบภายในข้าวกล้องหอมมะลิ จะมีสารที่ช่วยทำให้ระบบเผาผลาญของร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

6.มีโอเมก้า3 : โอเมก้า3 ไม่ได้มีอยู่แค่ในปลาทะเลแต่เพียงเท่านั้น ภายในข้าวกล้องหอมมะลิ ก็มีกรดดังกล่าวด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งโอเมก้า 3 เป็นสารที่จะช่วยส่งเสริมการทำงานของสมอง และช่วยป้องกันโรคความจำเสื่อมได้

7.มีโอเมก้า6 : ภายในข้าวกล้องหอมมะลิ จะมีโอเมก้า 6 ที่จะช่วยทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ช่วยพัฒนาระบบสืบพันธุ์ และช่วยลดภาวะการมีบุตรยากได้

8.ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน : เนื่องจากข้าวกล้องหอมมะลิ มีวิตามินอีสูง จึงช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานดีขึ้น และลดการเกิดโรคหวัดลงได้

9.ช่วยบำรุงผิวพรรณ : ในข้าวกล้องหอมมะลิ จะมีสารเซราไมด์ ที่มีคุณสมบัติช่วยทำให้ผิวนุ่มนวลน่าสัมผัส ลดเลือนฝ้า กระและจุดด่างดำและที่สำคัญคือช่วยชะลอการเกิดริ้วรอย ทำให้ผิวดูอ่อนกว่าวัย

10.ช่วยลดอาการอักเสบ : เนื่องจากในข้าวกล้องหอมมะลิ มีสารไตรกรีเซอไรด์ ที่มีคุณสมบัติช่วยลดบวม ลดการอักเสบ จึงทำให้แผลหายได้อย่างรวดเร็ว

คุณค่าทางโภชนาการของข้าวดิบต่อ 100 กรัม

พลังงาน 365 กิโลแคลอรี

คาร์โบไฮเดรต 80 กรัม

น้ำตาล 0.12 กรัม

เส้นใย 1.3 กรัม

ไขมัน 0.66 กรัม

โปรตีน 7.13 กรัม

น้ำ 11.61 กรัม

วิตามินบี 1 0.0701 มิลลิกรัม 6%

วิตามินบี 2 0.0149 มิลลิกรัม 1%

วิตามินบี 3 1.62 มิลลิกรัม 11%

วิตามินบี 5 1.014 มิลลิกรัม 20%

วิตามินบี 6 0.164 มิลลิกรัม 13%

ธาตุแคลเซียม 28 มิลลิกรัม 3%

ธาตุเหล็ก 0.80 มิลลิกรัม 6%

ธาตุแมกนีเซียม 25 มิลลิกรัม 7%

ธาตุแมงกานีส 1.088 มิลลิกรัม 52%

ธาตุฟอสฟอรัส 115 มิลลิกรัม 16%

ธาตุโพแทสเซียม 115 มิลลิกรัม 2%

ธาตุสังกะสี 1.09 มิลลิกรัม 11%

% ร้อยละของปริมาณแนะนำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่ (ข้อมูลจาก : USDA Nutrient database)

ถ้าบริโภคข้าวกล้องหอมมะลิ (Organic) ที่ผ่านการปลูกจากชาวนา เกษตรอินทรีย์ โดยไม่ใช้ยา ได้จะดีมาก เพราะจะได้ประโยชน์เต็มๆ จากสารอาหารที่เราบริโภคเข้าไป การได้ทานข้าวกล้องหอมมะลิ ที่มีประโยชน์ ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สุขภาพร่างกาย ผิวพรรณ ของเราดี ปลอดภัยจากโรคภัยไข้เจ็บด้วย

เป็นยังไงกันบ้างค่ะ จากคุณสมบัติของข้าวกล้องหอมมะลิ ที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นนับได้ว่าข้าวมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมากมายทีเดียว ทั้งสุขภาพและผิวพรรณ เพราะฉะนั้น ใครที่คิดว่าการกินข้าวจะไม่มีประโยชน์ หรือกลัวอ้วนและมักจะอดข้าวบ่อยๆ เพียงหันมากินให้เหมาะสมเพียงพอในแต่ละมื้อควบคู่กับการออกกำลังกายเป็นประจำ รับรองไม่มีอ้วนแน่นอน แต่กลับยังได้สุขภาพที่ดีกลับไปอีกด้วย