70 / 100
GMO คือ สิ่งมีชีวิตที่ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรม
GMO คือ สิ่งมีชีวิตที่ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรม

GMO (Genetically Modified Organism) คือ สิ่งมีชีวิตที่ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรมได้แก่ พืช สัตว์ หรือแม้แต่จุลินทรีย์ การตัดต่อยีน ของGMO มีอะไรบ้าง นักวิจัยจะคัดเลือกยีนที่ดีของสิ่งมีชีวิต มาผ่านกระบวนการทางพันธุวิศวกรรม (Genetic Engineering) โดยตัดต่อใส่เข้าไปในยีนของสิ่งมีชีวิตอีกชนิดหนึ่ง หรือชนิดเดียวกัน และยีนที่ถูกถ่ายทอดไปนั้นสามารถทำงานสร้างโปรตีนได้เช่นเดิม การตัดต่อทางพันธุกรรมนี้ คือการนำยีนของสิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถนำมาผสมพันธุ์กันได้ตามธรรมชาติ มาต่อเข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้ผลผลิตเจาะจงตรงตามความต้องการ เช่น มีความต้านทานต่อแมลงและศัตรูพืช ทนต่อสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม มีการเพิ่มจำนวนโภชนาการมากขึ้น หรือชีวโมเลกุลบางชนิด เช่นวิตามิน โปรตีน ไขมัน เป็นต้น พืชที่ได้รับการถ่ายยีนเข้าไป เรียกว่า พืชตัดต่อยีน (Transgenic plant) และสัตว์ที่ได้รับการถ่ายยีนเข้าไปเรียกว่า สัตว์ตัดต่อยีน 

ตัวอย่างพืช ดัดแปลงพันธุกรรม

สตรอเบอรี่ GMOs

สตอเบอรี่ที่ตัดต่อพันธุกรรม จะมีระยะเวลาในการเน่าเสียช้าขึ้น สะดวกต่อการขนส่ง ทำให้สตอเบอรี่มีสารอาหารเพิ่มมากขึ้น หรือมีความต้านทานต่อโรคมากขึ้น

มันฝรั่ง GMOs

มันฝรั่งที่มีการตัดแต่งพันธุกรรม โดยใช้การตัดต่อยีนของแบคทีเรียที่ชื่อว่า Bacillus thuringiensis เข้าไปในยีนของมันฝรั่ง จะทำให้มีคุณค่าทางสารอาหารเพิ่มมากขึ้น ซึ่งมีการค้นพบงานวิจัยว่า สามารถผลิตวัคซีนที่มีประโยชน์ต่อมนุษย์ได้ด้วย ทั้งยังสามารถนำไปแปรรูปเป็นอย่างอื่นได้อีก 

ฝ้าย GMOs

การนำฝ้ายมาทำ GMOs โดยใช้ยีนของแบคทีเรียที่ชื่อ Bacillus thuringiensis var. kurataki (B.t.k)แทรกเข้าไปในโครโมโซมของต้นฝ้าย ซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมี ทำให้ฝ้ายสามารถสร้างโปรตีน Cry1A ที่สามารถฆ่าหนอนที่เป็นศัตรูของฝ้ายได้อย่างสมบูรณ์ และทนต่อศัตรูพืช พวกหนอนและแมลง

ภาพประกอบข้าวโพด ดัดแปลงพันธุกรรม
ภาพประกอบข้าวโพด ดัดแปลงพันธุกรรม

ข้าวโพด GMOs

การนำข้าวโพดมาทำ GMOs โดยการใช้ยีนของแบคทีเรียที่ชื่อ Bacillus thuringiensis แทรกเข้าไปในยีนของเมล็ดข้าวโพด จึงสามารถทำให้ข้าวโพดสร้างสารที่เป็นพิษต่อแมลง ที่เป็นศัตรูของข้าวโพด มากัดกินแมลงนั้นก็จะตาย

อ้อย GMOs 

อ้อย GMOs มีความต้านทานต่อสารเคมี ยาฆ่าแมลง และมีปริมาณน้ำตาลซูโครสสูงขึ้น

 ข้าว  GMOs

ข้าว GMOs มีความต้านทานต่อสภาพอากาศ ทนแล้ง ทนเค็ม หรือ ทำให้มีสารอาหารเพิ่มขึ้น เช่น เบต้าแคโรทีนทีน(beta-carotene)ที่เป็นสารเริ่มต้น(precursor)ของวิตามินเอ

ภาพประกอบ พืชดัดแปลงพันธุกรรม
ภาพประกอบ พืชดัดแปลงพันธุกรรม

พริกหวาน GMOs 

การทำพริกหวาน GMOs โดยใส่ยีนส์ coat protein ของไวรัสลงไปใน DNA ทำให้สามารถต้านทานไวรัสได้ 

มะเขือเทศ GMOs

มะเขือเทศ GMOs จะมีเนื้อหนา มีวิตามินอีมากขึ้น ลดการบอบช้ำ และเน่าเสีย สามารถเก็บไว้ได้นานมากขึ้น

ส้มหรือมะนาว GMOs

ส้มหรือมะนาว GMOs จะได้วิตามินซีที่มากขึ้นกว่าเดิม

กล้วย GMOs

กล้วย GMOs จะได้วิตามินเอเพิ่มมากขึ้น 

จุดประสงค์หลักของการตัดต่อพันธุกรรม GMO คือ

  • ป้องกันการถูกทำลายจากแมลง
  • ป้องกันการติดเชื้อไวรัส
  • ป้องกันการปนเปื้อนของสารฆ่าแมลงบางชนิด

ทำไมต้องดัดแปลงพันธุกรรม ก็เพื่อแก้ไขปัญหา และข้อด้อยของผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร หรือ การปศุสัตว์ ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการตัดต่อพันธุกรรมนั้น มีต้นทุนที่ต่ำกว่า และมีประโยชน์มากกว่า โดยเฉพาะพืช GMOs จะมีความต้านทานต่อโรคระบาด และ ศัตรูพืชสูง ปริมาณผลผลิตมากกว่าพืชที่ปลูกโดยธรรมชาติ จึงเป็นผลดีต่ออุตสาหกรรมการเกษตร และอุตสาหกรรมอาหาร จึงเป็นเหตุให้พืช GMOs ยังคงมีการใช้อย่างแพร่หลาย แม้ว่าจะยังไม่มีผลวิจัยยืนยันที่แน่ชัด ว่าจะส่งผลดีต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อมหรือไม่

ความกังวลทางด้านสุภาพต่อผลิตภัณฑ์ GMOs 

แม้ว่านักวิทยาศาสตร์ได้มีการนำยีนที่ผ่านการตัดต่อพันธุกรรม ที่ช่วยให้สายพันธุ์ของพืช และสิ่งมีชีวิตต่างๆ มีคุณภาพดีขึ้น แต่อาจส่งผลให้เซลล์ในร่างกาย มีพันธุกรรมที่ผิดปกติ เช่น การดื้อยาปฏิชีวนะ หรือทำให้เด็กที่เกิดมามีความผิดปกติทางพันธุกรรมได้ 

การตัดต่อพันธุกรรมถูกใช้มากขึ้น จึงทำให้เสี่ยงต่อการผสมข้ามสายพันธุ์ และ เมื่อพืชเหล่านี้ถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร ก็อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้บริโภคได้ 

เมื่อพืชและสิ่งมีชีวิตที่ผ่านการตัดต่อพันธุกรรม ถูกนำมาใช้ในวงการเกษตรกรรม และ ปศุสัตว์มากขึ้น อาจส่งผลต่อความมั่นคงทางสิ่งแวดล้อม เช่น อาจเกิดการกลายพันธุ์และทำให้ระบบนิเวศเปลี่ยนไปควบคุมไม่ได้ พืชและสิ่งมีชีวิต  GMOs นั้นอาจทำให้เกิดการสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตได้เลยทีเดียว

พืชแข็งแรง ผลผลิตดี
พืชแข็งแรง ผลผลิตดี

ผลดีของ GMOs

  • ทนทานต่อสภาพแวดล้อมได้ดีและป้องกันตนเองจากการจู่โจมของ แมลงและศัตรูพืชได้
  • พืชหรือผลผลิตเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพราะไม่ต้องพึ่งพาสารเคมีในการเพาะปลูก
  • ต้านทานต่อสารเคมีที่ใช้ในการกำจัดศัตรูพืช ทนต่อยาฆ่าแมลง ทนต่อเชื้อราแบคทีเรีย
  • ทนทานต่อสภาพดินฟ้าอากาศมากขึ้น เช่น ทนแล้ง ทนฝน ทนต่อดินเค็ม ทนต่อดินเปรี้ยว
  • เพิ่มปริมาณผลผลิตที่เก็บเกี่ยวได้ และช่วยให้ผลผลิตมีขนาดใหญ่ขึ้น และมีน้ำหนักมากขึ้น
  • สามารถเก็บรักษาได้นานขึ้น ไม่เน่าเสีย ช่วยแก้ปัญหาในการขนส่งได้ 
  • เพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ ให้กับ พืช ผัก ผลไม้ มากกว่าปกติ เช่น ส้มหรือมะนาว มีวิตามินซีเพิ่มมากขึ้น มะเขือเทศ มีวิตามินเอ มากกว่าเดิม
  • ลดการขาดแคลนอาหาร เนื่องจากได้มีการปรับปรุงพันธุ์ให้มีผลผลิตและความต้านทานมากขึ้น 
  • ลดขั้นตอนและระยะเวลาการผสมพันธุ์พืช 
  • ทำให้เกิดพืชพันธุ์ใหม่ๆพวกไม้ประดับ ที่มีรูปร่าง ขนาด สี ที่สวยงามกว่าเดิม
  • พืช GMOs ลดการใช้สารเคมี และช่วยให้มีผลผลิตมากขึ้นกว่าเดิม
  • GMOs หลายชนิดที่ไม่ใช่พืช แต่ใช้กันอยู่ในอุตสาหกรรมอาหาร เช่น เอนไซม์ที่ใช้การผลิตน้ำผักผลไม้ หรือ เอนไซม์ไคโมซิน(Chymosin)ที่ใช้ในการผลิตเนยแข็ง
  • GMOs ช่วยในการผลิตวัคซีน หรือยาชนิดต่างๆ ในอุตสาหกรรมยาในปัจจุบันนี้
  • ช่วยในการขาดแคลนยาและวัคซีน เพราะ GMOs ช่วยในการเพิ่มการผลิตมากขึ้น

 GMOs ช่วยลดต้นทุนในการผลิต และสร้างจุดเด่นให้กับผลผลิต เช่น ทำให้พืชมีสีสดขึ้น มีกลิ่นและรสชาติที่เปลี่ยนไป ทำให้ได้ผลผลิตที่แปลกใหม่ เช่น พืชไม่มีเมล็ด และ สามารถนำมาแปรรูปเป็นอาหารเพิ่มคุณประโยชน์ในอาหารได้ เช่น เพิ่มโปรตีน แคลเซียม โฟเลต เติมสารอาหารที่ไม่มีในอาหารนั้นได้

 ผลเสียของ GMOs

 การตัดต่อพันธุกรรมของ GMOs เป็นเหมือนดาบสองคม ถึงจะช่วยให้สายพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตมีคุณภาพที่ดีขึ้น แต่ก็ยังไม่มีผลวิจัยใดๆยืนยันได้ว่าปลอดภัย 100% 

  • อาหารที่ผลิตจากการตัดต่อพันธุกรรม อาจส่งผลต่อการเป็นภูมิแพ้ หรือ เสี่ยงต่อการแพ้ (โดยเฉพาะเด็ก)
  • GMOs อาจเป็นพาหะของสารที่เป็นอันตราย ทำให้ภูมิต้านทานของร่างกายต่ำลง 
  • เกิดการปนเปื้อนสารอันตราย ที่มาจากกระบวนการผลิต GMOs อาจทำให้ผู้บริโภคล้มป่วย หรือเสียชีวิตได้
  • เกิดภาวะดื้อยา ถ้าผู้ป่วยรักษาด้วยยา ปฎิชีวนะ อาจรักษาไม่สำเร็จ  เกิดจากยีนที่ตัดต่อพันธุกรรม ไปผสมเชื้อโรคที่อยู่ในร่างกายของผู้ที่บริโภค
  • ก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้ อาจมีสารตกค้างของสารเคมี จากกระบวนการผลิต GMOs
  • สารบางชนิดของ GMOs อาจจะไม่สามารถย่อยได้ในกระเพาะอาหาร 
  • โภชนาการไม่ปกติ การกินผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการตัดต่อพันธุกรรม ได้รับสารอาหารมากเกินไปจนทำให้เกิดโทษต่อร่างกาย โดยเฉพาะเด็กทารกอาจเป็นอันตรายได้

กลุ่มเครือข่ายและมูลนิธิความเป็นธรรมชาติที่ยั่งยืนในประเทศไทยพบว่า การปลูกพืชดัดแปลงพันธุกรรมในเชิงพาณิชย์ มีผลกระทบทางเชิงลบมากกว่าประโยชน์ 

  1. ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารของเกษตร
  2. ประชาชนและผู้บริโภคมีแนวโน้มต่อต้าน พืชที่ดัดแปลงพันธุกรรม
  3. ผลิตภัณฑ์อาหารของประเทศไทยถูกตีกลับ 
  4. ประเทศไทยไม่สามารถปลูกพืชดัดแปลงพันธุกรรมร่วมกับเกษตรอินทรีย์ได้ 
  5. ทำให้เกิดวัชพืชความต้านทานต่อสารเคมีกำจัดวัชพืช และแมลงมีต้านทานต่อสารเคมีกำจัดวัชพืช
  6. พืช GMO ไม่ได้มีศักยภาพในการเพิ่มผลผลิต
  7. ผลิตภัณฑ์จากสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมจะปลอดภัยต่อสุขภาพทางประชาคมวิทยาศาสตร์หรือไม่สามารถระบุได้ว่าจะส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมอย่างไร 
  8. ประเทศไทยมีทางเลือกในการพัฒนาการเกษตรได้ดีกว่าพืช GMO

ประโยชน์และโทษของเทคโนโลยียุคใหม่ ทำให้นักวิชาการ นักคิด และนักพัฒนา มีมุมมองใหม่ว่า “เทคโนโลยี”เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างปัญหา หรือแก้ปัญหาทางสังคมกันแน่

ปัจจุบันการผลิตอาหารให้เพียงพอต่อจำนวนประชากรมนุษย์ จึงทำให้เกิดการศึกษา และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการผลิตอาหาร ทั้งยังมีการปรับปรุงพันธุ์ธรรมชาติ ตั้งแต่ปี 1960 ถึง 2000 ได้เกิดการปฏิวัติเทคโนโลยีสารพันธุกรรม และยีนในการตัดต่อ การตัดแต่งแปลงพันธุกรรมขึ้น เพื่อให้เพียงพอต่อจำนวนประชากรมนุษย์

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ GMOs ถูกวางขายไปแล้วทั่วโลกโดยในประเทศไทยพบว่ามีผลิตภัณฑ์ GMOs มากขึ้นเนื่องจากประเทศไทยได้นำเข้าวัตถุดิบจากประเทศที่เป็นแหล่งต้นตอของ GMOs มาใช้ในการผลิตมากขึ้น จึงทำให้มีการปนเปื้อนบ้าง และยากที่จะสังเกตได้ว่าผลิตภัณฑ์ชนิดใดบ้าง ที่มีส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ GMOs 

แม้ในปัจจุบันยังไม่มีผลยืนยันอย่างแน่ชัดว่า GMOs มีประโยชน์หรือโทษมากกว่า ซึ่งยังต้องศึกษากันต่อไป แต่ก็ไม่ควรนึกว่าเป็นเรื่องไกลตัว ควรระวังในการเลือกซื้อ เพื่อป้องกันผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ จากการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ปนเปื้อน อาจส่งผลต่อสุขภาพในภายหลัง ไม่มีการรับรองว่าอาหารทุกชนิด ที่ผ่านการตัดต่อพันธุกรรมนั้นจะปลอดภัย 100% 

ขอบคุณภาพจาก

http://www.pixabay.com