63 / 100

ทองคำในประเทศไทยนั้นถูกกำหนดให้เป็นมาตรฐานเดียวกันควบคุมโดย สมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทย ในที่นี้จะขอกล่าวถึง ทองคำรูปพรรณ และ ทองคำแท่ง ในประเทศไทย ที่ขายกันอยู่ตามร้านทองทั่วประเทศไทย มาตรฐานเปอร์เซ็นทองคำรูปพรรณ และทองคำแท่ง ในประเทศไทย คือ 96.5%

ทองคำ 96.5% แตกต่างจาก 99.99% อย่างไร ?

ทองคำ 96.5% จะมีเนื้อทองคำบริสุทธิ์อยู่ 96.5% ส่วนอีก 3.5 จะเป็นส่วนผสมจากแร่โลหะชนิดอื่นๆได้แก่ แร่ อัลลอยด์/แร่เงิน/แร่ทองแดง เป็นต้น  ซึ่งข้อดีของทองคำ 96.5% คือจะมีความแข็งแรง และคงทน ต่อการสึกหรอ มากกว่าทอง 99.99%

ทองคำบริสุทธิ์ 99.99% จะมีความบริสุทธิ์ที่สุด แต่ไม่นิยมนำมาทำเครื่องประดับทองรูปพรรณ เพราะเนื้อทองมีความอ่อนตัวมาก เมื่อนำมาทำเป็นทองรูปพรรณ ประเภทเครื่องประดับ สร้อย แหวน ต่างหู และอื่นๆ ก็จะไม่แข็งแรง จะขาดง่าย บุบง่าย และบิดเบี้ยว ได้ง่าย จึงไม่นิยมนำมาทำเป็นทองรูปพรรณ แต่จะอยู่ในรูปแบบของ ทองคำแท่งมากกว่า

1.ซื้อทองคำแบบไหนไม่ให้ขาดทุน

ในปัจจุบันทองคำมีอิทธิพลต่อคนเราเป็นอย่างมาก ผู้คนส่วนใหญ่ และ ในหลายๆประเทศมีทองคำสะสมเก็บไว้เป็นจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะทองคำเป็นโลหะสีทอง สุกใส สวยงามและมีราคา ไม่เพียงแต่จะนำมาผลิตเป็นเครื่องประดับที่มีราคา แล้วยังสามารถสะสมเก็บไว้เป็นหลักทรัพย์เพื่ออนาคตได้อีกด้วย

เก็บไว้เก็งกำไรออมทรัพย์(ทองคำแท่ง)
เก็บไว้เก็งกำไรออมทรัพย์(ทองคำแท่ง)

ปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อทองคำ

1.เก็บไว้เก็งกำไรออมทรัพย์(ทองคำแท่ง)

2.ใส่เพื่อประดับสวยงาม(ทองรูปพรรณ)

2.ซื้อทองคำอย่างไรให้คุ้มค่า

เราขอแนะนำให้ซื้อเป็นทองคำแท่ง เหตุผลเพราะทองคำแท่งจะไม่ได้เสีย ค่ากำเหน็จ เหมือนกับทองรูปพรรณ  เหมาะสำหรับคนที่ชอบซื้อเก็บไว้เป็นหลักทรัพย์ในอนาคตได้เป็นอย่างดี ซึ่งทองคำแท่งจะมีขนาดและน้ำหนักแตกต่างกันดังนี้

ทองคำแท่งแต่ละขนาดจะมีค่าบล็อก ประมาณ 200 – 500 บาทแล้วแต่ร้านทองแต่ละแห่งขายไม่เท่ากันและ ทองคำแท่งขนาดใหญ่จะมี น้ำหนักที่ 1000g (1 กิโลกรัม)เราสามารถซื้อทองคำแท่งสะสมได้ตามความสามารถที่เราจะซื้อได้ตามขนาด ตามน้ำหนัก โดยในปัจจุบันนี้ ร้านทองส่วนใหญ่มีทองคำแท่งทุกขนาดให้ลูกค้าได้เลือกซื้อกันแล้ว

ทองคำแท่งมีหลายขนาด
ทองคำแท่งมีหลายขนาด

แนะนำ

ความคุ้มค่าในการซื้อทองคำแท่ง อย่างที่บอกไปแล้วว่าทองคำแท่งจะมีค่าบล็อกประมาณ 200 บาทต่อบล็อก นั่นหมายความว่าถ้าเราซื้อทองคำแท่ง 1 ชิ้นจะต้องจ่ายค่าบล็อก 200 บาท

สมมุติ ซื้อทองคำแท่งขนาด 1.0g x 15 ชิ้น :(15.0g)ค่าบล็อก 200 x 15 =3,000 บาทจะเห็นได้ว่าเราต้องจ่ายค่าบล็อกเป็นจำนวนถึง 3,000 บาท  แต่เราจะประหยัดได้มากขึ้นถ้าเราซื้อชิ้นใหญ่ขึ้นมาอีกนิด

โดยซื้อขนาด 1 บาท(15.16g):1 ชิ้น เราจะได้จ่ายค่าบล็อกแค่ 200 บาทเท่านั้น ซึ่งจะประหยัดเงินที่ต้องจ่ายไปได้ถึง 2,800 บาทเลยทีเดียว

แต่หากบางคนมีเงินเยอะ ไม่รู้จะทำอะไร ต้องการออมทองคำแท่งเก็บไว้ เราขอแนะนำให้ซื้อเป็นทองแท่งขนาดใหญ่ตั้งแต่ น้ำหนัก 10 บาท ขึ้นไปจนถึง 1 กก.ก็จะคุ้มค่าคุ้มราคาที่จ่ายออกไป และเงื่อนไขค่าบล็อกของแต่ละร้านก็จะไม่เหมือนกัน บางร้านหากซื้อทองคำแท่งชิ้นใหญ่ก็อาจจะมีฟรีค่าบล็อกไปเลย

3.ซื้อทองรูปพรรณอย่างไรให้คุ้มค่า

ทองรูปพรรณ คือ ทองที่ได้รับการแปรรูป จากทองคำแท่ง ผ่านกระบวนการ การผลิตโดยช่างมีฝีมือ และเครื่องจักรที่ทันสมัย ให้เป็นเครื่องประดับที่สวยงามและสวมใส่ได้ เช่น สร้อยคอ สร้อยแขน แหวน ต่างหู และ อื่นๆ อีกมากมาย อย่างที่เคยกล่าวไว้แล้ว มาตรฐานทองคำประเทศ คือ ทองคำ 96.5% ซึ่งจะมีความแข็งแรงพอสมควร แข็งแรงมากกว่าทอง 99.99%

ลวดลายมีเยอะ
ลวดลายมีเยอะ

องค์ประกอบหลักในการเลือกซื้อทองรูปพรรณมีดังนี้

ลวดลายสวยโดนใจ

มีหลายๆครั้งที่เราเจอลูกค้าที่ซื้อทองไปแล้ว และนำมาเปลี่ยนหรือขายคืนโดยให้เหตุผลว่า ลายไม่สวย หรือ ไม่ชอบลายนี้  จึงอยากจะแนะนำให้กับผู้อ่าน ว่าเลือกที่สวยโดนใจเราจริงๆ จะดีที่สุดเพราะตราบใดที่เราเปลี่ยน เราจะขาดทุนจากราคารับซื้อคืนทันที

สำรวจราคาทองคำให้ดี

ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ เป็นเรื่องที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากในการที่เราจะซื้อทองคำมาสวมใส่ คือราคาทองคำของวันนั้นๆ เนื่องจากราคาทองคำ ถูกควบคุมให้เป็นมาตรฐานเดียวกันโดย สมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทย จะมีราคาขึ้น และลง ทุกๆวัน หรืออาจทุกๆชั่วโมงในบางวัน โดยเราสามารถสำรวจราคาทองคำทางเว็บไซน์ต่างๆ หรือจากร้านทองได้ ช่วงวันไหนทองลง ช่วงเดือนไหนของปี ทองจะลดหรือขึ้น เราตรวจสอบราคาให้ดีก่อนเพื่อความคุ้มค่า ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อทองรูปพรรณ เราควรเลือกช่วงเวลาที่ทองลงที่สุด

ทรงโปร่ง กับ แบบตัน ควรเลือกแบบไหน

คำแนะนำจากช่างผู้ชำนาญการให้เลือกซื้อแบบตันจะดีที่สุด เพราะว่าลายแบบตันอาจจะดูเล็ก กว่าแบบโปร่ง แต่มีความแข็งแรงมากกว่า จะไม่บุบง่าย ไม่ขาดง่าย ไม่บิดเบี้ยวได้ง่ายเพราะเครื่องประดับที่เราสวมใส่ไปนานๆเป็นเวลาหลายๆปีอาจเกิดการกระทบ กระแทก และ สึกกร่อนได้เช่นกัน

ทองรูปพรรณจะมีค่ากำเหน็จ 

ค่ากำเหน็จ คือ อะไร ค่ากำเหน็จเกิดจากกระบวนการ การผลิต การแปรรูป จากช่างฝีมือผู้ชำนาญการ และ เครื่องจักรที่ทันสมัยเปลี่ยนทองคำแท่งให้มาเป็นทองรูปพรรณ หรือ เครื่องประดับในรูปแบบต่างๆ มากมาย และมีลวดลายที่สวยงามน่าสวมใส่นั่นเอง ค่ากำเหน็จราคาจะสูง ต่ำแตกต่างกันไปตามความยาก ง่าย และตามความสวยงามของลวดลาย ของแต่ละชิ้นงานที่ได้ผลิตออกมา

สมมุติ  ซื้อสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 1 บาท(15.16g)ราคาทองรูปพรรณ นะวันนั้นราคาบาทละ 26,000 บาท ค่ากำเหน็จของสร้อยเส้นนั้น ราคา 1,200 บาท เราจะต้องจ่ายค่าสร้อยเส้นนั้นเป็นเงิน 27,200 บาท