67 / 100

เครื่องครัวเป็นภาชนะที่นำมาใส่อาหาร หรือ ใช้ประกอบอาหารนั้น มีทั้งภาชนะแก้ว ภาชนะสแตนเลส ภาชนะทองเหลือง ภาชนะทองแดง และอีกหลายภาชนะ บางคนก็ให้ความสำคัญ บางคนก็ไม่ได้ให้ความสำคัญมากนัก เรามาดูกันว่าภาชนะที่เรานำมาใส่อาหารนั้น มีประโยชน์และโทษอย่างไรบ้าง โดยจะมาให้ ข้อคิดเกี่ยวกับภาชนะแต่ละประเภทว่า เราควรจะเลือกซื้อหรือเลือกใช้แบบไหนที่จะเหมาะกับการทำอาหาร หรือใส่อาหารสำหรับรับประทาน สำหรับคนที่รักสุขภาพก็จะให้กับความสำคัญในทุกๆเรื่องที่เกี่ยวกับอาหารการกินที่เข้าสู่ร่างกายของเรา ประกอบไปด้วยหลายๆ สิ่งหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภาชนะ หรือ อาหารที่เราซื้อมาเพื่อที่จะบริโภค หรือ เครื่องใช้อื่นๆอีกมากมายที่ปลอดจากสารอันตรายที่จะซึมเข้าสู่ร่างกายเรา หรือ เข้าสู่กระแสเลือดของเราเป็นเหตุทำให้มีการเจ็บป่วย และ หลายคนมองข้ามไปว่า ทำไมคนป่วยถึงเยอะขึ้น ก็เกิดเนื่องมาจากอาหารการกินในชีวิตประจำวันของแต่ละคน ในตอนนี้จะมากล่าวถึงเครื่องครัว ที่เราใช้ในการทำอาหารรับประทานในทุกๆวันบางครั้งคนเราไม่ได้รู้ว่า ภาชนะที่เรานำมาใช้ทำอาหารนั้นเป็นเหตุทำให้เกิดโรคได้ เช่น โรคมะเร็ง หรือ โรคอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับวัสดุที่เราใช้นั้น แน่นอนว่าความเจ็บป่วยไม่ได้เกิดจากอาหารการกินในวันเดียว แต่เกิดจากการสะสมมานาน หลายแรมปี มาดูกันว่าภาชนะที่จะมาแนะนำนั้นมีทั้งหมดกี่ประเภทและประเภทไหนที่เราควรจะเลือกใช้ในการประกอบอาหารและสารอาหารในการทานในทุกๆวัน ในครัวเรือนของเรานั้นอาจจะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อย สำหรับคนที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพนะคะ มาดูกันเลยว่ามีภาชนะอะไรกันบ้าง

วัสดุที่ทำมาจากแก้ว
วัสดุที่ทำมาจากแก้ว

 1 ภาชนะ ที่ทำมาจาก แก้ว (Glass)

แก้ว เป็นวัสดุที่ได้มาจากซิลิกาซึ่งมีอยู่ในทรายเนื้อละเอียดผสมกับสารเคมีชนิดอื่น และสารให้สี นำเข้าเครื่องบด แล้วหลอมละลายด้วยอุณภูมิที่ 1500-1600 องศาเซลเซียส จนส่วนผสมต่างๆหลอมเป็นแก้วเหลว จึงนำมาขึ้นรูปเพื่อทำเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ แก้วเป็นวัสดุที่มีคุณสมบัติพิเศษแข็งแรง ใสสะอาด ปลอดภัย และมีความเป็นกลางจึงได้รับความนิยมมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาชนะบรรจุอาหาร เช่น พวกขวดน้ำอัดลม ถ้วยชาม และ บรรจุภัณฑ์ขวดใส่อาหารต่างๆ แก้วจึงมีความปลอดภัยต่ออาหาร และ มีความสวยงามสะอาด สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีกด้วย 

แนะนำ

แก้วที่ผลิตจากเนื้อแก้ว VitrelleTM จะดีมีความทนทานต่อการกระแทก มีน้ำหนักเบา จัดเก็บง่าย 

วัสดุที่ทำมาจากสแตนเลส
วัสดุที่ทำมาจากสแตนเลส

2 ภาชนะที่ทำมาจาก สแตนเลส(Stainless)

สแตนเลส(Stainless) หรือ เหล็กกล้าไร้สนิมที่มีโครเมียมอย่างน้อย 10.5% เนื่องจากโลหะผสมดังกล่าวจะไม่เป็นสนิม สาเหตุจากการทำปฏิกิริยากันระหว่างออกซิเจนในอากาศ กับโครเมียมในเนื้อสแตนเลส เกิดเป็นฟิล์มบางๆเคลือบผิวไว้ ทำหน้าที่ปกป้องตัวเนื้อสแตนเลสได้เป็นอย่างดี ป้องกันการกัดกร่อน และไม่ชำรุดหรือสึกกร่อนง่าย อย่างโลหะทั่วไป แต่ในท้องตลาดจะเป็นสแตนเลส 18/8 มากที่สุด

ประเภทของสแตนเลส

คนทั่วไปจะไม่ทราบว่า สแตนเลสมีกี่ประเภท และมักจะมีการเข้าใจผิดว่าสแตนเลสแท้ต้องแม่เหล็กดูดไม่ติด แต่จริงๆแล้วการที่แม่เหล็กจะดูดติดหรือไม่ติดนั้น ขึ้นอยู่กับประเภทของสแตนเลส 

จะแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มคือ

 กลุ่มออสเทนนิติค(Austenitic)หรือสแตนเลสตระกูล 300 เป็นเกรดที่ใช้งานแพร่หลายมากที่สุดถึง 70%

มีคุณสมบัติที่แม่เหล็กดูดไม่ติด(non – magnetic)มีส่วนผสมของโครเมี่ยม 16% คาร์บอนอย่างมากที่สุด 0.15% มีส่วนผสมของธาตุนิกเกิล 8% เพื่อปรับปรุงคุณสมบัติในการทำการประกอบ(Fabrication)และเพิ่มความต้านทานการกัดกร่อน เกรดที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายและนิยมเรียก 18/10 คือการมีส่วนผสมของโครเมียม 18% และนิกเกิล 10%

กลุ่มเฟอริติค(Ferritic)แม่เหล็กดูดติด(magnetic)มีธาตุคาร์บอนผสมปริมาณที่ต่ำ และมีโครเมียมเป็นธาตุผสมหลัก ที่สำคัญอาจอยู่ระหว่าง 10.5%-27%และมีนิกเกิลเป็นส่วนผสมอยู่น้อยมากหรือไม่มีเลย

กลุ่มมาร์เทนซิติค(Martensitic)แม่เหล็กดูดติด(magnetic)มีส่วนผสมของโครเมี่ยม 12-14% และมีธาตุคาร์บอนผสมอยู่ปานกลาง มีโมลิบดีนัมเป็นส่วนผสมอยู่ประมาณ 0.2-1%ไม่มีนิกเกิล 

สแตนเลสตระกูลนี้สามารถปรับความแข็งได้โดยการให้ความร้อนและทำให้เย็นตัวอย่างรวดเร็ว(Quenching) และอบคืนตัว(Tempering)สามารถลดความแข็งได้ คล้ายกับเหล็กกล้าคาร์บอน และพบการใช้งานที่สำคัญในการผลิตเครื่องตัด เครื่องบิน และงานวิศวกรรมทั่วไป

กลุ่มเพิ่มความแข็งโดยการตกผลึก(Precipitation hardening)เกรดที่รู้จักในตระกูลนี้คือ 17-4H ซึ่งมีส่วนผสมของโครเมียม 17% และนิกเกิล 4% สามารถเพิ่มความแข็งได้โดยกลไกเพิ่มความแข็ง จากการตกผลึก(Precipitation hardening mechanism)โดยสามารถเพิ่มความแข็งสูงมาก มีค่าความเค้นพิสูจน์(Proof stress)อยู่ระหว่าง 1000-1500 เมกาปาสคาล(MPa)ขึ้นอยู่กับชนิด และกรรมวิธีปรับปรุงคุณสมบัติด้วยความร้อน(Heat treatment)

กลุ่มดูเพล็กซ์(Duplex)มีโครงสร้างผสมระหว่างโครงสร้าง เฟอริติคและออสเทนนิติค มีโครเมียมเป็นธาตุผสมอยู่ระหว่าง 19-20% และโมลิบดีนัมสูงกว่า 5% และมีนิกเกิลน้อยกว่าตระกูลออสเทนนิติค พบว่ามีการใช้งานมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบรรยากาศแวดล้อมของคลอไรด์

เเนะนำ

เป็นสแตนเลส18/10 คือ โครเมียม 18% และนิกเกิล 10% ได้ความวาว เกรด304

หรือ เป็นสแตนเลส18/0 คือ โครเมียม 18% และนิกเกิล 0% ไม่เน้นวาว เกรด430

วัสดุที่ทำมาจากทองเหลือง
วัสดุที่ทำมาจากทองเหลือง

3 ภาชนะที่ทำมาจาก ทองเหลือง(Brass)

ทองเหลือง(Brass)เกิดจากการเอาทองแดงมาผสมกับสังกะสี ซึ่งความแข็ง ความเหนียว จะมาก หรือน้อยขึ้นอยู่กับเปอเซ็นของสังกะสีที่ผสมลงไป ทองเหลืองมีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมค่อนข้างสูง โดยถูกผลิตขึ้นมาด้วยกระบวนการที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด จึงไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมและยังสามารถใช้งานควบคู่ไปกับธรรมชาติได้เป็นอย่างดีอีกด้วย โดยทุกวันนี้เกือบ 90% ของโลหะผสมทองเหลืองทั้งหมดถูกนำกลับมาใช้ใหม่ เนื่องจากทองเหลืองไม่มีความเป็น(ferromagnetic)

คุณสมบัติของทองเหลือง 

  • มีผิวแวววาว
  • มีความแข็งสูง
  • มีความทนต่อแรงกระแทกได้ดี
  • มีความทนต่อการกัดกร่อนได้สูง
  • มีจุดหลอมเหลวไม่สูง
  • มีการผลิตได้ในระดับครัวเรือนโดยไม่ต้องใช้เทคโนโลยีที่ซับซ้อน
  • มีการใช้งานทนทาน

ประโยชน์ของทองเหลือง

ทองเหลืองมีคุณสมบัติเป็นโลหะที่มีความแวววาว สวยงาม และ ไม่เป็นสนิม นิยมตีขึ้นรูป หรือหล่อเป็นเครื่องเรือน เครื่องใช้ เครื่องประดับ หรืออุปกรณ์ต่างๆได้แก่

  • เครื่องเรือน เครื่องใช้ในครัวเรือนเช่น พาน แจกัน หม้อ กระทะ ขัน ถ้วยชาม ช้อนตะเกียบ เป็นต้น
  • อาวุธ ยุทโธปกรณ์ เช่น ปลอกกระสุน หอก ดาบ เป็นต้น
  • พระพุทธรูป เครื่องรางเหรียญ และเงินตรา
  • อุปกรณ์ก่อสร้าง เช่น ท่อน้ำ ก๊อกน้ำ วาล์ว ชิ้นส่วนปั๊มน้ำ เกลียว และน็อต เป็นต้น
  • ส่วนประกอบของบรรจุภัณฑ์ เช่น ขวดน้ำหอม และปลอกลิปสติก เป็นต้น
  • สายไฟ และส่วนประกอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
  • เครื่องประดับ เช่น กำไลข้อมือ แหวน ต่างหู เป็นต้น
  • เครื่องดนตรี เช่น กระดิ่ง ฉิ่ง ฉาบ และกระพรวน เป็นต้น

แนะนำ

ดีมีประโยชน์ มีติดบ้านไว้ใช้งานดีมาก ยุคนี้เป็นยุครักสุขภาพ ต้องสรรหาของใช้ที่ไม่เป็นภัยต่อสุขภาพร่างกายมาใช้ค่ะ

เริ่มเห็นตามท้องตลาดมากขึ้น ภาชนะทองเหลือง ราคาอาจสูงนิด แต่ก็คุ้มราคาใช้ได้ชั่วลูกชั่วหลาน

วัสดุที่ทำมาจากทองแดง
วัสดุที่ทำมาจากทองแดง

 4 ภาชนะที่ทำมาจาก ทองแดง(Copper)

ทองแดง(copper) ถือเป็นโลหะที่ถูกใช้ประโยชน์มาตั้งแต่ยุคสัมฤทธิ์(Bronze Age)ทองแดงเป็นโลหะที่มีความเหนียวและเนื้ออ่อน สามารถดัดให้มีรูปร่างตามที่ต้องการได้ดี มีความสำคัญในการผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงเครื่องใช้ในครัวเรือนต่างๆ เพราะมีคุณสมบัติที่ดีหลายประการ ได้แก่เป็นโลหะที่สื่อไฟฟ้า และถ่ายเทความร้อนได้ดี มีความทนทานต่อการกัดกร่อนสูง สามารถรีดขึ้นรูปได้ง่าย อุตสาหกรรมที่มีการใช้ทองแดงได้แก่

  • อุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์
  • อุตสาหกรรมเครื่องประดับ
  • อุตสาหกรรมก่อสร้าง
  • อุตสาหกรรมยานยนต์
  • อุตสาหกรรมผลิตเครื่องใช้ในครัวเรือน
  • อุตสาหกรรมเครื่องทำความเย็น
  • อุตสาหกรรมการผลิตกระป๋องบรรจุภัณฑ์

ทองแดง เป็นธาตุที่มีความจำเป็นต่อสิ่งมีชีวิต เนื่องจากมีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตของเซลล์ รวมถึงองค์ประกอบของเอนไซม์ และเป็นสารประกอบที่สำคัญในโครงสร้างต่างๆของร่างกายด้วย

ปริมาณทองแดงในร่างกายคนปกติมีค่าประมาณ 80 -120 mg 

แนะนำ

ภาชนะเครื่องครัว ที่ทำมาจากทองแดง ก็เป็นที่น่าสนใจสำหรับครัวเรือน ที่เยอรมันมีแบรนด์หนึ่ง ทำสวยน่าใช้มาก ราคาเอื้อมแทบไม่ถึง คนมีตังซื้อได้ ส่วนคนใจรัก งบน้อยก็ต้องกัดฟันซื้อเอา ถ้าบ้านเราผลิตออกมาน่าจะดีมาก รูปลักษณ์สำคัญค่ะ ต้องสวยน่าใช้ ดูสะอาดตาที่สำคัญไม่เป็นพิษต่อร่างกาย

วัสดุที่ทำมาจากอลูมิเนียม
วัสดุที่ทำมาจากอลูมิเนียม

5 ภาชนะที่ทำมาจาก อลูมิเนียม(Aluminium) 

อะลูมิเนียม(Aluminium) เป็นโลหะที่อยู่นอกเหนือจากกลุ่มเหล็ก ซึ่งนิยมนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายจนเรียกได้ว่ามากกว่าโลหะอื่น ที่ไม่ใช่จำพวกเหล็ก โดยอลูมิเนียมมีองค์ประกอบทางเคมี ที่มีสัญลักษณ์“AI” และเป็นเลข อะตอม ที่ 13 มวลของอลูมิเนียมจะอยู่ที่ประมาณ 8% ของเปลือกโลก รองจากออกซิเจนและซิลิกอน มีลักษณะเป็นโลหะสีขาว และไม่เป็นแม่เหล็ก สำหรับงานอุตสาหกรรมแล้ว อลูมิเนียมจัดได้ว่าเป็นโลหะที่ถูกนำมาดัดแปลงได้ง่ายที่สุด ในงานอุตสาหกรรม เราได้เห็นวัสดุอุปกรณ์มากมายที่ถูกนำมาใช้ประโยชน์ โดยเฉพาะโลหะผสมอย่างอลูมิเนียม ที่เรียกได้ว่าเป็นวัสดุยอดนิยมสำหรับงานอุตสาหกรรมเลยก็ว่าได้ อีกทั้งยังใช้งานในภาคครัวเรือนต่างๆ เช่น งานตกแต่ง งานสถาปัตยกรรม และยังมีอีกหลายเกรดให้เลือก เพื่อให้เหมาะสมกับ ประเภทงานที่ใช้

ดังนั้นเราจะมาดูคุณสมบัติของอลูมิเนียม ว่าเป็นอย่างไร 

  1. ทนต่อความร้อน การแตกหัก และการกัดกร่อนได้ดี
  2. มีความหนาแน่นน้อย น้ำหนักเบา แต่สามารถรับภาระน้ำหนักได้สูง
  3. มีความสามารถในการสะท้อนแสง และความร้อนได้
  4. ดัดแปลงขึ้นรูปได้ง่าย ไม่เสี่ยงกับการแตกร้าว
  5. ไม่เกิดสนิมง่าย ไม่เป็นพิษต่อมนุษย์ และ สิ่งแวดล้อม

อลูมิเนียมเป็นธาตุโลหะที่พบแพร่หลายในการนำมาใช้เป็นส่วนประกอบในอุตสาหกรรม การผลิตหลายแขนง เช่น อุตสาหกรรมกระป๋องบรรจุภัณฑ์อาหาร และเครื่องดื่ม ชิ้นส่วนเครื่องบิน เครื่องใช้ไฟฟ้า ชิ้นส่วนเครื่องดนตรี ชิ้นส่วนเครื่องประดับ ใช้ในงานอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งยังมีส่วนผสมในเม็ดงานขัดพื้นผิว

ทั้งเป็นส่วนผสมในยาลดกรด ยาแก้ปวดแอสไพรินอีกด้วย

อันตรายจากอลูมิเนียม

อลูมิเนียมมีประโยชน์มากมาย รู้หรือไม่ ว่าก็เป็นอันตรายเช่นกัน หากร่างกายได้รับ อากาศ น้ำ หรือ อาหารซึ่งปนเปื้อนของโลหะอลูมิเนียมในปริมาณที่มากหรือแม้ปริมาณเล็กน้อย แต่สะสมในร่างกายเป็นเวลานานๆ จะส่งผลทำให้ร่างกายมีความผิดปกติ หรือ เกิดภาวะเป็นพิษขึ้นได้หลายด้าน เช่น

  • พิษต่อปอด(Aluminium Lung Disease)
  • พิษต่อกระดูกทำให้เกิดภาวะกระดูกบาง(Osteomalaia)
  • พิษต่อระบบประสาท เช่น สั่น กล้ามเนื้อกระตุก เสี่ยงต่ออาการสมองเสื่อม และอัลไซเมอร์
  • เสี่ยงต่อมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ และมะเร็งปอด
วัสดุที่ทำมาจากเซรามิค
วัสดุที่ทำมาจากเซรามิค

6 ภาชนะที่ทำจาก เซรามิค(Ceramic)

เซรามิค คือ เครื่องปั้นดินเผา ที่ใช้วัตถุดิบประเภทดินในการผลิต 

ดินเป็นวัตถุดิบที่สำคัญมาก โดยเฉพาะนำมาทำภาชนะใส่อาหาร เช่น ถ้วยชาม แก้ว กระเบื้องเคลือบสุขภัณฑ์ในห้องน้ำ และอื่นๆ ดินมีหลายชนิดแตกต่างกันไปตามโครงสร้าง คุณสมบัติทางกายภาพ 

ภาชนะเซรามิกดูสวยงามน่าใช้ก็จริง แต่แฝงไปด้วยอันตรายที่ซ่อนอยู่ เพราะบนผิวเซรามิกมีส่วนประกอบของสารตะกั่ว ถ้าเราใช้ใส่อาหารที่ร้อนๆ เช่น น้ำชา กาแฟ ก็จะละลายปนกับอาหารเข้าสู่ร่างกายของเรา เมื่อสะสมสารตะกั่วไว้มากๆในร่างกายก็จะเป็นอันตรายต่อตับ ไต ระบบสืบพันธุ์ ระบบหมุนเวียนโลหิต หัวใจ ระบบภูมิต้านทาน และระบบย่อยอาหาร ที่สำคัญร่างกายของเราไม่สามารถที่จะแยกสารตะกั่วและแคลเซียมได้ ร่างกายจึงดูดซึมทั้งสารพิษปนแคลเซียมเข้าไปในกระดูก สะสมมากๆก็ทำให้เกิดพิษ ถ้าเกิดในเด็ก สารตะกั่วจะทำลายเซลล์สมอง ทำให้สมรรถภาพในการเรียนรู้เสียไป ยับยั้งการเจริญเติบโต ทำให้ร่างกายแคระแกรน หญิงตั้งครรภ์ไม่ควรใช้ภาชนะเซรามิกเพราะว่าจะทำให้สารตะกั่วที่เคลือบอยู่บนผิวเซรามิกนั้น ปนไปกับอาหารตอนเราทานอาจจะเป็นอันตรายต่อเด็กที่อยู่ในครรภ์ได้ 

วัสดุที่ทำมาจากพลาสติก
วัสดุที่ทำมาจากพลาสติก

 7 ภาชนะที่ทำมาจาก พลาสติก(Plastic)

พลาสติกเกิดขึ้นที่โรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม ในระหว่างกระบวนการจะมีสิ่งที่เกิดขึ้นมาเรียกว่า ‘’ปิโตรเคมี’’เป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอน(Hydrocarbon)พอทำปฏิกิริยากันเกิดเป็นสารโมโนเมอร์(Monomers)สร้างพันธะเกาะเกี่ยวกันไปเรื่อยๆจนเป็นสายโพลิเมอร์(Polymers)เส้นยาวๆ เอาไว้ใช้เป็นวัตถุดิบตั้งต้น ก่อนจะถูกส่งไปผลิตเป็นพลาสติกต่างๆ ที่เราคุ้นกันอยู่ในทุกวันนี้ คือ 

PET:ขวดสำหรับบรรจุของเหลวต่างๆ เช่น เครื่องดื่ม น้ำมันพืช แชมพู เป็นต้น

HDPE:พลาสติกที่ทนต่ออุณหภูมิต่ำ เช่น หลอดดูดน้ำ ขวดนม ขวดใส่น้ำ ขวดนม ลังผลไม้พลาสติก ฉนวนหุ้มสายไฟ นอกจากนั้นยังเป็นส่วนประกอบอยู่ในน้ำยาทำความสะอาดด้วย

PVC:วัสดุเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย งานช่างต่างๆ เช่น ท่อ รางน้ำ กระเบื้องมุงหลังคา แผ่นพลาสติก สายเคเบิ้ล กระเบื้องปูพื้น กระเป๋า รองเท้า เสื้อหนัง และเฟอร์นิเจอร์ในรถยนต์

LDPE:พลาสติกยืดหยุ่นสูง ทนแรงฉีกขาดดี จำพวกแผ่นฟิล์มต่างๆ เช่น ฟิล์มถนอมอาหาร ถุงใส่อาหาร กระสอบ ถังบรรจุของหนัก ผ้าอนามัย เป็นต้น

PP:ทนต่อแรงกระแทก ทนสารเคมี ทนความร้อน เช่น ภาชนะใส่อาหาร จานชาม ขวดยา พรมและแผ่นรองพรม ผืนผ้าใบ เชือกต่างๆ ถุงร้อน ซองขนม วัสดุอุดรอยรั่ว และกาว เป็นต้น

PS:ดูดความชื้นต่ำ ไม่นำไฟฟ้า ทนความร้อนต่ำ เช่น โฟมใส่อาหาร ภาชนะใส่อาหารชนิดใส ไม้บรรทัด และยังเป็นชิ้นส่วนของใช้ในบ้านอย่างโทรทัศน์ ตู้เย็น และที่รถยนต์อีกด้วย

พลาสติกชนิดอื่นๆที่ไม่ได้ระบุชื่อ สามารถนำมารีไซเคิลได้ เช่น ฟิวเจอร์บอร์ด แก้วน้ำพลาสติก ขวดน้ำแบบขุ่น ถุงร้อนถุงเย็น ฝาขวดน้ำ เป็นต้น

เป็นยังไงบ้างคะที่กล่าวมาเกี่ยวกับภาชนะที่ใช้เกี่ยวกับอาหาร พอได้มีความรู้บ้างไหมคะ ในการที่จะเลือกซื้อหรือเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ในการประกอบอาหาร เกี่ยวกับความปลอดภัย ต่อสุขภาพร่างกายของเรา วัสดุที่แนะนำ เป็นวัสดุที่มีความปลอดภัยที่ใช้ได้กับครัวเรือน ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับผู้ผลิตว่าจะเป็นของแท้ หรือย้อมแมวขาย

ขอบคุณภาพจาก

http://www.pixabay.com